วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

ใบงานที่ 12

ส่วนประกอบหลักของ SPSS FOR WINDOWS-Title Bar บอกชื่อไฟล์-Menu Bar คำสั่งการทำงาน-Cell Editor กำหนดค่าตัวแปร-Cases ชุดของตัวแปร-Variable กำหนดชื่อตัวแปร-View Bar มีสองส่วน--Variable View สร้างและแก้ไขโครงสร้างตัวแปร--Data View เพิ่มและแก้ไขตัวแปร-Status Bar แสดงสถานการณ์ทำงานเปิด SPSS Data EditorFile -> New -> Dataกำหนดชื่อและรายละเอียด จากหน้าจอ Variable Viewป้อนข้อมูล Data Viewบันทึกข้อมูลFile -> Saveการกำหนดชื่อและรายละเอียดตัวแปรที่หน้าจอ SPSS Data Editor เรียกหน้าจอ Variable View ทำได้ 2 วิธี1. ดับเบิลคลิกตรงคอลัมน์ของบรรทัดแรก 2. คลิกแถบ Variable View ที่อยู่ด้านล่างเมื่อได้หน้าต่างของ Variable View1. Name ชื่อตัวแปร ให้พิมพ์ตรงคอลัมน์ Name เช่น Sex 2. Type ประเภทของตัวแปร เลือก Numeric Width=1 Decimal Places=0 คลิกปุ่ม OK 3. Label กำหนดข้อความขยายชื่อตัวแปร เพื่ออธิบายชื่อตัวแปรและแสดงออกทางผลลัพธ์ ให้พิมพ์ตรงคอลัมน์ Label เช่น เพศ4. Values กำหนดคำอธิบายให้กับค่าตัวแปร 5. Missing กำหนดค่าที่ไม่นำไปวิเคราะห์ มี 2 แบบ 5.1 User Missing ผู้วิจัยเป็นผู้กำหนด เช่น 9, 99, 999, …5.2 System Missing โปรแกรมจะกำหนดให้เอง6. Column จำนวนความกว้างของคอลัมน์ คือจำนวนความกว้างมากสุดของ ค่าตัวแปร หรือ ชื่อตัวแปร หรือ label ตัวแปร จากตัวอย่าง ชื่อตัวแปร และ label ตัวแปร มีความกว้างมากสุดเท่ากับ 3ให้พิมพ์ 4 (ความกว้างมากสุดเท่ากับ 3 บวกเผื่อไว้ 1)7. Align ให้แสดงค่าตัวแปร ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา 8. Measure ระดับการวัดของข้อมูล 7.1 Scale (Interval, Ratio)7.2 Ordinal7.3 Nominalให้กำหนดชื่อและรายละเอียดของตัวแปรให้ครบทุกตัวการวิเคราะห์ข้อมูล1. คลิกที่เมนู Analyze เลือก Descriptive Statistic และเลือก Frequencies 2. จากนั้นเราจะได้กรอบ Frequencies กรอบ Frequencies ทางช่องซ้ายมือเป็นตัวแปรต่างๆ ที่ได้จากแบบสอบถาม ทางช่องขวามือจะเป็นส่วนเลือกตัวแปรเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล 3. เราจะเลือกตัวแปรโดยการคลิกที่ตัวแปรที่ต้องการวิเคราะห์ทางซ้ายมือ จากนั้นคลิกปุ่มเลือก(สามเหลี่ยมสีดำ)ตัวแปรที่ต้องการวิเคราะห์ก็จะตกไปอยู่ทางช่องขวามือ ในที่นี้ให้เลือกทั้งหมดทุกตัวแปร 4.คลิกปุ่ม Statistics แล้วจะได้กรอบ Frequencies Statistics 5. เลือกประเภทการวิเคราะห์ข้อมูล ในที่นี้เราจะวิเคราะห์ Central Tendency และ Dispersion โดยส่วน Central Tendency เลือก Mean, Median, Mode, Sum และส่วน Dispersion เลือก Std. deviation, Minimum, Maximum เลือกเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิกปุ่ม Continueเมื่อคลิกปุ่ม Continue จะกลับมาที่กรอบ Frequencies Statistics 6. ต่อไปให้คลิกปุ่ม Charts จะได้กรอบ Frequencies Charts ในส่วน Frequencies Charts นี้ท่านสามารถเลือก Chart Type ว่าต้องการเป็น Charts ชนิดใด ในที่นี้ให้เลือก Bar charts แล้วคลิก Continue 7. เมื่อคลิกปุ่ม Continue จะกลับมาที่กรอบ Frequencies Statisticsจากนั้นคลิกปุ่ม OK ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล

ใบความรู้ที่ 11

- เป็นรายวิชาที่ทันสมัยทันเหตุการณ์ดีมาก
- ตั้งใจถ่ายทอดความรู้ให้กับศิษย์
- เนื้อหาที่สอนดีมาก แต่ตามไม่ค่อยทัน
- สื่อการสอนดี พร้อม
- ควรสอนให้ช้ากว่านี้หน่อยคะ

ใบงานที่ 10

ชื่อ นางสุภาพ พฤษำ ชื่อเล่น แตน
สถานที่เกิด จ.ชุมพร
ปัจจุบันพักอยู่บ้านเลขที่ 171/2 ม.15 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
ประวัติการศึกษา
- ประถมศึกษา โรงเรียนสหศึกษา จ.ชุมพร
- มัธยมศึกษา โรงเรียนสอาดเผอิมวิทยา จ.ชุมพร
- ปวส. โรงเรีนนครพาณิชยการ นครศรีธรรมราช
- ระดับปริญญาตรี สถาบันราชภัฎสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี
- ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช
ปัจจุบัน ครู โรงเรียนวัดหมน ต.ท่าเรือ จ.นครศรีธรรมราช

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

ใบงานที่ 9 คุณลักษณะของผู้บริหารมืออาชีพ

1.ผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรม ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างซื่อสัตย์ ไม่คอรัปชั่นคือมีความโปร่งใส มีความยุติธรรม เสียสละเป็นคนดีของสังคมมีจิตวิญญาณนักบริหาร คืออุทิศตนเพื่อหน้าที่ ดำเนินชีวิตและทำงานบนพื้นฐานของเหตุผล ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี2.ผู้ที่มีศิลป์ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น คนงานกับผู้อื่นโดยยึดว่า “คนสำราญ งานสำเร็จ3.ผู้ที่ความรอบรู้ และรู้รอบ สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างดี มีความรู้ความสามารถทางด้านการบริหาร เป็นผู้นำทางวิชาการ ทันต่อเหตุการณ์ มีความสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหาร มีความสามารถในการประสานงาน

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ใบงานที่ 8

ใบงานที่7
การตกแต่งwebboardให้สวยงามและน่าสนใจ
1.การใส่ปฏิทินในเวบบอร์ด - ค้นหาโค้ดปฏิทินจากเวบgoogleพิมพ์คำว่าcodeปฏิทิน - เลือกเวบที่เกี่ยวข้องเลือก รูปแบบปฏิทินที่ชอบแล้วcopycode - เปิดบล็อกของตนเองเข้าไปที่รูปแบบ จากนั้นคลิ๊ก ในส่วนองค์ประกอบของหน้า เพิ่ม Gadget คลิ๊กในส่วนของ html /จาวาสคริป นำโค๊ดที่ได้วางไว้ในส่วนของเนื้อหา แล้วกดบันทึก(save)เพื่อยืนยัน
2.การใส่นาฬิกา - ค้นหาโค้ดนาฬิกาจากเวบgoogleพิมพ์คำว่าcode นาฬิกา -เลือกเวบที่เกี่ยวข้องเลือกรูปแบบนาฬิกาที่ชอบแล้วcopycode - เปิดบล็อกของตนเองเข้าไปที่รูปแบบ จากนั้นคลิ๊ก ในส่วนองค์ประกอบของหน้า เพิ่ม Gadget คลิ๊กในส่วนของ html /จาวาสคริป นำโค๊ดที่ได้วางไว้ในส่วนของเนื้อหา แล้วกดบันทึก(save)เพื่อยืนยัน
3.การทำสไลด์ - เข้าwww.slide.com เพื่อสมัครสมาชิก- เข้าสู่ระบบ โดยการใส่ username และ password ที่ได้สมัครไปข้างต้น - เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วคลิ๊กสร้างการแสดงภาพสไลด์ จากนั้นไปที browse เพื่อเพิ่มรูปภาพที่ต้องการ ซึ่งภาพนี้อาจอยู่ในเครื่องคอมพวิเตอร์ของท่านหรือจากเวบที่ท่านทำการฝากรูปไว้ ทำการuploadรูป- ปรับตกแต่งให้สวยงามตามความต้องการโดยเลือกรูปแบบ หลากหลาย ขนาด เอ๊ฟเฟกต่างๆ ตามใจชอบ เมื่อเลือกได้ตามที่ต้องการ ให้บันทึก เพื่อรับรหัส code จากนั้น copy code ที่ได้ไปวางไว้ในส่วนของบทความใหม่ หรือใน Gadget ก็ได้. เสร็จแล้ว คลิ๊ก บันทึกเพื่อยืนยันเกร็ดเล็กๆน้อยๆ....หากท่านเข้าเวบwww.slide.comแล้วพบว่าเป็นภาษาอังกฤษ อย่างเพิ่งตกใจ ให้เลื่อนเม้าส์ไปด้านล่างจะมีเมนูให้ท่านเปลี่ยนภาษาได้ .....
4.การปรับแต่งสีในblog - เปิด blog ของตัวเอง เข้าไปในส่วนของ รูปแบบ จากนั้น คลิ๊ก แบบอักษรและสี สามารถเลือกปรับแต่งสี ในส่วนต่างๆของหน้า blog เมื่อเลือกเสร็จให้คลิ๊ก บันทึกการเปลี่ยนแปลงเพื่อยืนยันเกร็ดเล็กๆน้อยๆ หากท่านเปลี่ยน template ของบล็อก การปรับแต่งสีเป็นสิ่งสำคัญ5.การใส่เพลง -เข้าเวบhttp://happyvampires.gmember.com/home.php?1402 - เลือกเพลงที่ชื่นชอบ copy embed เพื่อนำ code ที่ได้ไปวางไว้ในบล็อกตนเอง- เข้าบล็อกตนเอง ไปวางในส่วนของบทความใหม่

ใบงานที่ 6

1.ใช้ทำอะไรได้บ้าง
-ค้นหาเว็บไซด์ทั่วโลก
-ค้นหารูปภาพในหัวข้อที่ต้องการ
-ค้นหาเส้นทางการเดินทาง แผนที่ทั่วโลก
-ใช้แปลภาษาได้ถึง 26 ภาษารวมถึงการออกเสียงของแ-กูรูแหล่งความรู้ ข้อคำถามที่น่าสนใจ ที่มีผู้นำเสนอในหัวข้อต่าง ๆ-ค้นหาบล๊อกที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ต้องการ-ติดต่อ อีเมล์ที่รวดเร็ว2.การค้นหาข้อมูลขั้นสูงมีวิธีการอย่างไรในการค้นหาข้อมูลขั้นสูงเป็นการระบุข้อจำกัดหรือขอบเขตของข้อมูลที่ต้องการค้นหาให้ตรงกับที่ต้องการมากขึ้น- สามารถระบุภาษาที่ต้องการค้นหาได้- สามารถระบุภูมิภาคที่ต้องการข้อมูลได้- สามารถระบุรูปแบบของไฟล์ที่ต้องการค้นหาได้ เช่น เอกสารเวิร์ด เพาเวอร์พอยด์ เป็นต้น- สามารถระบุวันที่เว็บนั้นแสดงครั้งแรกได้(การอัฟเดทขึ้นเว็บ)- สามารถกำหนดให้มีการกรองข้อมูล เช่น เว็บทีอาจเป็นอันตราย3.Webที่ใช้ค้นหาข้อมูล นอกจาก google แล้วมีอะไรอีก บอกชื่อ Web- http://www.siamguru.com/- http://www.yahoo.com/- http://www.altavista.com/- http://www.lycos.com/- http://www.infoseek.go.com/4.ให้กำหนดหมวดหมู่ในการค้นหาโดยใช้ googleกลุ่มข่าว กลุ่มผู้คน กลุ่มศิลปะ & บันเทิง กลุ่มสังคม & มนุษยธรรม กลุ่มวิทย์/เทคนิค กลุ่มธุรกิจ สุขภาพ กลุ่มบ้าน สันทนาการ กลุ่มคอมพิวเตอร์ กลุ่มโรงเรียนและมหาวิทยาลัย อ้างอิง http://school.obec.go.th/ckn/network8/new_page_11.htmhttp://groups.google.co.th/grphp?hl=th&tab=wghttp://m.www.yahoo.com/

Background.MyEm0.Com

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ใบงานครั้งที่ 4

การจัดการความรู้(Knowledge Management – KM)การจัดการความรู้ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า KM คือ เครื่องมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ 1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) การบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ ที่เรียกว่า Operation Effectiveness และนิยามผลสัมฤทธิ์ ออกเป็น 4 ส่วน คือ(1) การสนองตอบ (Responsiveness) ซึ่งรวมทั้งการสนองตอบความต้องการของ(2) การมีนวัตกรรม (Innovation) ทั้งที่เป็นนวัตกรรมในการทำงาน และนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์(3) ขีดความสามารถ (Competency) ขององค์กร และของบุคลากรที่พัฒนาขึ้น(4) ประสิทธิภาพ (Efficiency) ซึ่งหมายถึงสัดส่วนระหว่างผลลัพธ์ กับต้นทุนที่ลงไป องค์ประกอบสำคัญของการจัดการความรู้ (Knowledge Process) 1. “คน” ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นแหล่งความรู้ และเป็นผู้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ 2. “เทคโนโลยี” เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น 3. “กระบวนการความรู้” นั้น เป็นการบริหารจัดการ เพื่อนำความรู้จากแหล่งความรู้ไปให้ผู้ใช้ เพื่อทำให้เกิดการปรับปรุง และนวัตกรรม กระบวนการจัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้เกิดพัฒนาการของความรู้ หรือการจัดการความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือ 1. การบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมายคืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราจำเป็นต้องใช้อะไร ขณะนี้เรามีความรู้อะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบใด อยู่ที่ใคร 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ เช่นการสร้างความรู้ใหม่ แสวงหาความรู้จากภายนอก รักษาความรู้เก่า กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว 3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ เป็นการวางโครงสร้างความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้อย่างเป็นระบบในอนาคต 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เช่น ปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐาน ใช้ภาษาเดียวกัน ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ 5. การเข้าถึงความรู้ เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) Web board บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้นสารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลต่างๆ ที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือมี การประมวลหรือวิเคราะห์ผลสรุปด้วยวิธีการต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน มีความหมาย มีคุณค่าเพิ่มขึ้นและมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแหล่งที่มาของข้อมูลสารสนเทศ1. ข้อมูลภายใน หมายถึง ข้อมูลที่เกิดขึ้นภายในองค์กรนั้น ได้แก่ ข้อมูล การปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลงานบุคลากร ข้อมูลงานกิจการนักเรียน2. ข้อมูลภายนอก หมายถึง ข้อมูลที่เกิดขึ้นนอกองค์กร ข้อมูลหน่วยงานอื่นๆ6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้เครือข่ายการเรียนรู้ (Learning Network) หมายถึง การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด ข้อมูลข่าวสาร ประสบการณ์ และการเรียนรู้ระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล องค์การ และแหล่งความรู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จนเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน ส่งผลให้เกิดการเผยแพร่และการประยุกต์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาชีพหรือทางสังคม 7. การเรียนรู้ ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน ที่มาhttp://images.rdirmutk.multiply.multiplycontent.com/attachment/0/SRJgGwoKCrwAAFDSUTI1/%E0http://www.samutsongkhram.go.th/KM%2051/km3.dochttp://www.trang.psu.ac.th/learning2teach/index.php?option=com_content&task=view&id=60&Itemid=34http://tsl.tsu.ac.th/file.php/1/courseware/aa_2/lesson02/lesson2-1.htm


Free Blogger Templates by Isnaini Dot Com. Powered by Blogger and Supported by Lincah.Com - Hyundai Cars